posted on 03 Dec 2008 18:01 by jeffandtheworld

แอนนา วินทัว และ อดีตคู่กัดเก่า แครีน รอทเฟลด์
ข่าวใหญ่สุดๆในตอนนี้ลองมาจากการปิดสนามบินก็คือ การอำลาจากการเป็น บก.นิตยสาร Vogue ของ แอนนา วินทัว ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าเสียใจมาก แต่ในบางมุมก็เป็นสิ่งดี และใครจะมาแทนที่เธอล่ะ? มีใครเคยดูหนังเสียดสีเรื่องจริงของแอนนาเรื่อง The Devil Wears Prada บ้างล่ะ ในท้ายสุดของเรื่อง Amanda (Anna) ก็ได้ลาออกจาก Runway Us และ ให้งานกับ บก.ศัสตรูจากฝรั่งเศษ ซึ่งในเรื่องจริง ก็เริ่มจะเป็นแบบนั้นเมื่อ คนที่จะมาแทนที่ แอนนาคือ Carine Roitfeld บก.จาก Vogue Paris ซึ่งเจฟว่าแอนนาเลือกสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพราะ แครีนเป็นผู้หญิงที่เก่งมาก ดูได้จากโว้กปารีส ของเธอซึ่งเป็นนิตยสารแฟชั่นอย่างแท้จริงและสวยที่สุดในบรรดาโว้กโลก แอนนา วินทัว ลาออกจาก Vogue Uk ในปี 1987 และ เข้ามาทำงานในโว้ก สหรัฐเมื่อปี 1988 ซึ่งต่อจากนั้นมาคนก็เริ่มยกย่องเธอให้เป็นผู้ที่สามารถดำหนดเสื้อผ้าของผู้หญิงได้ แต่เมื่อ 10 หรือไม่กี่ปีที่ผ่านมา นิตยสารของเธอก็เริ่มดูเเย่ลงเรื่อยๆ พร้อมกับชอบนำดารามาลงปก จนทำให้คำว่า SUPERMODEL หายไปจากโลก (ในช่วงระหว่างยุค 90 นางแบบเท่านั้นที่จะได้ขึ้นปก แล้วนานๆทีดาราถึงจะมา) ต่อจากนั้น Vogue Us ก็เริ่มดูเหมือนจะเป็นนิตยสารแบบว่า People US weekly แต่เธอก็ยังมีรสนิยมอยู่เหมือนเดิม อดิเตอร์คนใหม่อย่าง Carine Roitfeld ก็เป็นผู้หญิงที่เก่งมาก เธอสามารถทำให้ โว้กปารีสดูดีขึ้นไปอีกเยอะมาก ลูกของเธอก็ยังเป็นนางแบบอีก แครีนค่อนข้างที่จะประกดตัวไม่เหมือนกับ แอนนา คือ แอนนาชอบประกดตัวกับดาราฮอลลีวูด ส่วนแครีนไม่แน่นอน อย่างน้อยเจฟก็หวังว่า แครีนจะสามารถนำนางแบบโลกกับมาอีกครั้ง
posted on 02 Dec 2008 18:13 by jeffandtheworld

Jourdan Dunn บนปก i-D เดือนสิงหาคม
รวมเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดในอาทิตย์นี้ News Week Updated
1.ข่าวร้อนล่าสุดจาก British Fashion Award ประจำปีในการแข่งขันอะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับ Model of the Year ซึ่งผู้เข้าแข่งขันนั้นมีทั้งหมด สามคน นั้นคือ สุดยอดนางแบบฮอทประจำรันเวย์และเป็นนางแบบให้กับ Burberry นั้นคือ Lily Donaldson และสอง สุดยอดนางแบบสาวที่โด่งดังมากในการแต่งตัว Agyness Deyn แต่ท้ายสุดแล้ว รางวัลก็ตกเป็นของ Jourdan Dunn สาวผิวสี ซึ่งเธอนั้นถูกเรียกว่า Naomi Campbell คนใหม่เลย เริ่มจากงาน รันเวย์ของปราดา ด้วยการสร้างประวัติศาสตร์ในรันเวย Prada ที่ไม่ยอมเอานางแบบผิวดำขึ้นรันเวย์มาถึง 11 ปี ต่อจากนั้น จอร์ดัน ก็ทำงานได้ดีในวงการแฟชั่น เธอลงปก โว้กอิตาลี และหลายๆแม๊กกาซีน ฉะนั้นรางวัลก็สมควรแล้วที่จะตกเป็นของเธอ
2. การประกวดของ V Magazine/Supreme model search ซึ่งจัดขึ้นในเวบให้คนมาโวทเอาซึ่งปีที่แล้ว นางแบบผู้ชนะการประกวดคือ Amanda Laine ตอนแรกเธอดูเชยมากแต่สุดท้ายเธอก็เปลี่ยนลุคทรงผมจนดูเข้ารูปในวันนี้ ปีนี้ ผู้ชนะคนใหม่ก็อายุเท่ากับ อแมนด้าตอนที่เธอชนะเช่นเดียวกันคือ อายุ 16 ปี เธอชื่อ Addison Gill หน้าของเธอนั้นดูคล้ายกับ Lily Donalson บวก กับ Coco Rocha อย่างมากๆ ซึ่งดูไปแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ เพราะ ทำไมพวกเราถึงต้องการนางแบบหน้าตาซ้ำๆกันไปตลอดล่ะ?
3. การกลับมาของสุดยอดนางแบบรุ่น 90s ก็เริ่มย่ำชัดขึ้นเรื่อยๆมากกว่าเดิมอีกแล้ว เนื่องจาก Claudia Schiffer ก็ยังคงความงามและคว้าแคมเปญตัวใหญ่ของ Yves Saint Laurent มาได้ โดยเธอนั้นแย่งมาจาก Naomi Campbell เพื่อนสาวรุ่นเดียวกัน ครั้งที่แล้วเธอก็ได้แคมเปญจาก Chanel มา / Kate Moss สุดยอดนางแบบจากเมืองผู้ดีก็อาจจะมีลุ้นขึ้นปกโว้กอเมริกันอีกครั้งนึง ส่วนปกเดือน กุมพาพันธ์ก็คือ ดาราสาว Blake Lively และเดือนมิถุนาคือ Michelle Obama ดูเหมือนศึกดาราและนางแบบจะเริ่มดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ
posted on 22 Nov 2008 19:04 by jeffandtheworld
Agyness หลังเวทีที่ D&G
เจฟว่าผู้หญิงบริทิชคนนี้คนไทยคงจะรู้จักเธอเยอะมากจากการแต่งตัว และยังรวมถึงเพื่อนดีไซเนอร์สุดคูลของเธอ Holland ผู้สร้างเสื้อยืดคำพูดที่คนไทยเอาไปก๊อปกันทั่วประเทศ Agyness Deyn เป็นนางแบบที่สามารถสร้างตัวเองเป็นที่รู้จัก โดยการแต่งตัวแบบมั่วๆและผสมกันจนเข้ารูปได้ (ซึ่งเธอชอบตลาดมือสองมากๆ เธอชอบไปซื้อมันมาจาก ถนนขายของมือสองในลอนดอน) เธอบอก ว่า เธอน่ะ จะไม่มีทางใส่เสื้อผ้าที่มันจะ Match กันหัวจรดเท้าหรอกน่ะ เธอยังเป็น The New Kate Moss อีกด้วย
งานถ่ายแบบใน Vogue Paris และ งานเดินแบบบนรันเวย์ของ Versace
ในงานแฟชั้น เธอก็ฉายแววตั้งแต่ตัวเองอายุ 13 คุณยายสุดที่รักของเธอส่งเธอไปกระกวดและเธอก็ชนะ แมวมองหลายึนอยากให้เธอไปเป็นนางแบบของเอเจนซี่ แต่แอ็กเนสก็ปฏิเสธเพราะอยากเรียนให้จบ เธอกลับมาที่จะเป็นนางแบบใน 3ปี และเข้าเอเจนซี่ และเปลี่ยนชื่อ จาก Laura Hollins เป็น Ages Dean (ชื่อของยายเธอ) แต่แล้วจากนั้นเธอก็เปลี่ยนอีกครั้ง เป็น Agyness Deyn เพราะเรื่องรางของแม่เธอ แม่เธอก็เป็นหนึ่งแรงผลักดันให้เธอ แอ็กเนสเริ่มเข้าวงการแฟชั้นตั้งแต่ ปี2006 ซึ่งก็ไม่นานมานี้ ในช่วง ฤดูร้อน 2007 แฟชั้นวีค เธอขึ้นปกโว้ก อิตาลี หรือ โว้กเล่มแรกของเธอ จากนั้นก็ได้เซ็นสัญญากับแบรนด์ใหญ่ของอังกฤษ Burberry Prorsum เป็นนางแบบบน advertisement และได้ยกย่องว่าเป็นนางแบบหน้าใหม่ของโลกบนโว้อเมริกาพร้อมกับ Sasha ในปี 2007 การทำงานของเธอก็ดีขึ้นเรื่อยๆ และได้เสนอชื่อเข้า Model of The Year 2007 คู่แข่งของเธอคือ Lily Cole และ Irina แฟนใหม่ของ Pete Dorothy เด็กสร้างของ Kate Moss แต่สรุปแล้ว Agyness ก็ได้รางวัลนั้นแบบไม่ต้องตัดสินเพราะเธอนั้นสมควรมากที่สุด
ลุควินเทจเดรสจาก Burberry และ ลุคทอมบอยแบบสรีท
Agyness ยังมีเพื่อนดีไซเนอร์ซึ่งเติบโตมาด้วยกัน นั้นคือ Mr.Holland เจ้าของ House of Holland เราสามารถเห็นสิ่งที่เขาสร้างตามจัตตุจักได้ในหลายเดือนที่แล้วซึ่งตอนนี้มันเริ่มล้าสมัย นอกจากเป็นนางแบบแล้วเธอยังเป็นนักร้องอีกด้วย ซึ่งผลงานที่เธอทำ (มา Feat. กับ Five O'clock Heroes เพลง Who) ก็ไม่ถึงกับเชยจนฟังไม่ได้แต่มันกลับฟังดูทันสมัยและ เพราะด้วย (คลิก เพื่อจะฟังเพลง) ตอนนี้ Agyness อาศัยอยู่ใน New York กับคู่หมั้นของเธอ Albert Hammond
Agyness และ Albert
posted on 20 Nov 2008 19:56 by jeffandtheworld
การอัพเดทแฟชั้นหน้าร้อนก็เริ่มต้นขึ้นแล้วในแม๊กกาซีนหลายเล่ม สรุปแล้วหน้าร้อนหน้า ผู้หญิงจะใส่อะไรล่ะ? Anna Wintour บรรณาธิการแม๊กกาซีน Vogue US ผู้ที่ทรงมีอิทธิพลต่อแฟชั่นของโลก เธอสามารถกำหนดว่าผู้หญิงในอนาคตจะต้งใส่อะไรบ้าง ก็ได้เริ่มเปิดโจทย์ให้สาวๆเริ่มรับรู้เทรนด์ที่จะมาเยื่อนของ หน้าร้อนปี 2009 ดูเหมือนว่าสีทองจะมาแรงอีกแล้ว และขาดไม่ได้เลยก็คือ Acessories ชิ้นโตมาประดับ ฤดูนี้ความไทยๆก็เยอะอยู่เหมือนกันล่ะ
'The glitterati' แสดงแบบโดยสุดยอดนางแบบ Rachel Zimmerman ช่างภาพ David Sims
1.Dries Van Noten 2.Marc Jacobs 3.Aquilano
4.Louis Vuttion 5. Ralph Lauren Collection 6.Prada
posted on 18 Nov 2008 18:23 by jeffandtheworld

Alexander Wang กับ Alice Dellal / Alexander Wang กับเพื่อน
การประกวดของ CFDA/Vogue Fashion Fund ในปีนี้ก็จบไปเป็นที่เรียบร้อยเป็นครั้งที่ 5 กับผู้เข้าแข่งขัน 10 คน แต่ผลก็ออกมาเป็นที่เรียบร้อยกับ ตำแหน่ง Vogue Fashion Fund นั้น ก็คือ Alexander Wang แวงเป็นดีไซเนอร์ชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ที่เต็มไปด้วยความสามารถอดีตเคยเป็นผู้ช่วยของมาร์ค จาค๊อป คอลเล็คชั่นของเขาส่วนใหญ่ดูมีความแข็งแรงและใส่สบาย ไม่ดูวุ่นวาย ไม่มีกำหนดเวลา บวกกับร๊อคแอนด์โรว เขาเริ่มคอลเล็คชั้นแรกใน ฤดูหนาวปี 2007 คอลเล็คชั่นของเขานั้น มีเขตจำกัดสำหรับผู้หญิงที่แบบเคท มอส หรือหญิงมาดร๊อคเท่านั้นถึงจะสวมใส่มันได้ เสื้อผ้าค่อนข้างจะเป็นเสื้อผ้าบ่งบอกชีวิตของผู้หญิงวุ่นวายในเมือง (Urban Chic) เขาได้เอกลักษณ์นี้มาจากชีวิตในวัยเด็กกับโรงเรียนประจำในแคริฟอร์เนีย เสื้อผ้าที่ไม่ค่อยจะมีความเป็นผู้หญิง ซึ่งเป็นจุดดึงดูดให้กับหลายๆคน โดยเฉพาะพวกเครื่องประดับร้องเท้าและกระเป๋าของเขาแล้ว แม้แต่ผู้ชายก็ยังอยากจะหยิบมาใส่เลยก็ว่าได้ Wang จบจากโรงเรียนนั้นก็คือ Parson Art&Design ในนิวยอร์กหรือที่ที่เจฟอยากไปต่อมากที่สุดนั้นเอง - Good Work, Alex! - ผู้ชนะคนก่อนๆคือ Rogan (2007), Doo-Ri Chung (2006), Trovata (2005) และ Proenza Schouler (2004)
Alexander Wang ฤดูร้อน 2009 รันเวย์ / Wang กับ Erin Wasson (ซุเปอร์โมเดล ยุค00)
posted on 18 Nov 2008 17:26 by jeffandtheworld

ฐากูร พานิชกุลที่รันเวย์ของเขา
ฐากูร พานิชกุล คือดีไซเนอร์คนดังประจำนิวยอร์ก คอลเล็กขั่นของเขาถูกตาของเหล่าเซเลบริตี้มากมายไม่ว่าจะเป็นดาราสาวเจ้าแฟชั่นอย่าง Kate Bosworth หรือว่าจะเป็น Demi Moore, Racheal Bilson และ สาวสวยแครรี่อย่าง Sarah Jessica Parker พานิชกุลคือคนไทยที่ย้ายจากเชียงรายไปยังอเมริกาตั้งแต่ 11 ขวบ ฐากูรมีความสามารถตั้งแต่เด็ก ปี 1997 ฐากูรย้ายจากเมืองที่เขาอยู่ไปสู่เมืองที่เจฟชอบและอยากไปมากที่สุด นั้นก็คือ New York เขาเริ่มงานแฟชั่นกับนิตยสารหัวดังของเมืองนอกอย่าง Harper's Bazaar ในตำแหน่งนักเขียนเรื่องแฟชั้น ในปี 2004 เขาออกจากงานและเดินหน้าสู่ดีไซเนอร์ กับ คอลเล็กชั่น ready-to-wear หลังจากนั้นเขาก็มีชื่อเสียงโด่งดังเขาเป็นดีไซเนอร์โปรดของ Anna Wintour บรรณาธิการนิตยสารใหญ่ของโลกนั้นคือ Vogue คอลเล็กชั่นแรกคือ ฤดุร้อน 2005 ด้วยความที่เสื้อผ้าของเขาดูมีความ เป้นผู้หญิงอยู่มาก จึงทำให้เขาเข้าสู่การประกวดของ CFDA หรือ Council of Fashion Designer of America แต่ผู้ชนะการประกวดก็ Phillip Lim ซึ่งเกิดที่เมืองไทยเช่นกัน ไม่นานมานี้การเลือกตั้งอเมริกา Michelle Obama ก็ได้เลือก ชุดเดรสของฐากูรไปใส่เวทีของ Obama อีกด้วย คอลเล็กชั่นใหม่ล่าสุดของเขา (หน้าร้อน 2009) ก็ยังสวยเหมือนเคย แต่บางชิ้นก็อาจจะดูคุณยายไปนิดหนึ่ง
คอลเล็กชั่นหน้าร้อน 2009 ที่นิวยอร์ก
posted on 16 Nov 2008 17:59 by jeffandtheworld
ถูกยกย่องในโว้กปารีส(ฝรั่งเศษ)ว่าเป็นสุดยอดนางแบบของโลก
ชาซ่า นางแบบสาวหน้าแปลกจากรัสเซีย เธอเคยเป็นนางแบบให้กับปราดาถือ 3 ปีด้วยกัน สร้างประวัติให้แกนางแบบโลกเลยด้วย เธอคือนางแบบที่เจฟชอบที่สุด และเป็นนางแบบคนแรกที่ชอบด้วย เธอแจ้งเกิดในวงการแฟชั้นเมื่องปี 2005 ที่รันเวย์ของปราดา และหลังจากนั้น มิวซีอา ปราดา หรือ ดีไซเนอร์ของปราดาก็เซ็นสัญญาแคมเปญกับ เธอ ด้วยเหตุผลว่าเธอมีความอ่อนหวานในความน่ากลัว เธอถูกปลดทำงานกับปราด้าในปี 2008ใน แคมเปญหน้าหนาว โดยลินดา นางแบบวัย 43 เป็นนางแบบในแคมเปญนั้น


แคปเปญของปราดา
เธออยู่ในเอเจนซี่ที่ชื่ว่า IMG ชื่อดัง โดยเพื่อนเธอส่งรูปถ่ายเธอไปให้กับเอเจนซี่ สามีเธอ อิกอร์ก็เป็นช่างภาพเช่นกัน ชาซ่าก็ยังเป็นนักวาดภาพอีกด้วย เธอให้การสัมภาษส์ กับนิตยสาร Teen Vogue ว่า ในวัยเด็ก เด็กสาวคนอื่นต่าเล่นกับตุ๊กตา แต่ฉันกลับเล่นอยู่กับ ดินสอ ชาซ่าชอบวาดรูปเพื่อนของเธอมาก ไม่ว่าจะเป็น Jessica Stam และ Valda เธอขึ้นปกโว้กครั้งแรกในชีวิตกับ Vogue Italia หรือ โว้ก อิตาลี ครั้งหนึ่ง ซาช่า เคยได้ลงปกนิตยสารของ Vogue US หรือ โว้ก อเมริกา ว่าเธอคือนางแบบชั้นนำของโลก หรือ นางแบบของโลกคนต่อไป พร้อมกับกับเพื่อนอีก 9 คน
ซาช่ากับงานศิลปะของเธอในนิวยอร์ก
ชาซ่ายังมีคู่แฝดในวงการแฟชั่นด้วย เธอคือ Gemma Ward จากออสเครเลีย เจมม่า ก็คือสุดยอดนางแบบเช่นกัน เธอหายไปจากวงการแฟชั่น และไปเอาดีในการเล่นหนัง และคุณสามารถเห็นเธอในหนังเรื่อง The stranger แล้วด้วย ไม่นาน ซาช่าก็มีคู่แข่งคนใหม่ คือ Kate Moss สุดยอดนางแบบจาก อังกฤษ ชาซ่าเริ่มหายตัวจากรันเวย์ที่ละโชว์ และเมื่อแฟชั่นวีคประจำฤดูหนาว เธอก็มาแค่ Anna Sui & Miu Miu แต่งานถ่ายแบบเธอก็ยังรับอยู่ ชาซ่ากลับมาอีกครั้งที่ ฤดูร้อน 2009 แต่ก็หายไปอีกจาก ปารีสแฟชั่นวีค แต่ตอนนี้ ชาซ่าก็ยังมีงานถ่ายภาพในหนังสือแฟชั่นอยู่เรื่อยๆ เอ้อ! เกือบลืม ซาช่าเคยเผยความรู้สึกดีๆที่มาเที่ยวประเทศไทยในโว้กอเมริกันอีกด้วย
Gemma Ward กับ Sasha Pivovarova ใน Vogue Paris มีนาคม 2008
posted on 16 Nov 2008 17:06 by jeffandtheworld
MICHEAL KORS (NEW YORK) & DOLCE& GABBANA (MILAN)
ทำไมถึงต้องทำบล๊อคที่ exteen ? จริงๆแล้วก็ทำสองบล๊อคไปเลยก็คือ ที่ blogspot และ ที่นี่ อีกที่นึงจะเป็นภาษาอังกฤษ ตอนนี้ เจฟชอบแฟชั่นมาก เลนจะบล๊อคเกี่ยวกับ แฟชั่น นางแบบ และ ดีไซเนอร์ หรือ เรื่งราวที่เกี่ยวกับแฟชั่นและรวบรวมในบล๊อคเดียว
Marc Jacobs (Best of NEW YORK)
เพิ่งจะจบไปกับ แฟชั่นวีคของ springsummer 2009 หรือ แฟชั่นฤดุร้อนซึ่งจัด ตั้งแต่ นิวยอร์กถึงปารีส แล้วเทรนด์ใหม่ที่กำลังจะมาล่ะ คืออะไร? พอกันทีกับโบฮีเมียน หรือ ฮิปปี้ และตบมือต้อนรับ แนวชาวเผ่าได้แล้ว จะเห็นได้จากรันเวย์ของ Marc Jacobs ถึงรันเวย์ Dior หรือ แม้กระทั้ง Ralph Lauren มาร์ค จาค๊อปก็ยังสร้างกระเเสของสูทไหล่สูงผู้หญิงที่ Yves Saint Laurent ได้สร้างมันเอาไว้ และบวกกับเทรนน์ผู้ชายใส่ประโปรงและส้นสูงของเขา กางเกงเอวสูงก็ยังมีให้เห็น และเอวต่ำก็กำลังจะมา เอวต่ำเป็นสิ่งที่น่ากลัวและเชยที่สุดเท่าที่มาในชีวิต ดีไซเนอร์ไทยสองคนในนิวยอร์ก Thakoon Panichkul และ Koi Suwannakate ก็มีผลงานที่ดีแต่ไม่ถึงกับเตะตา นางแบบหลายคนก็ได้เริ่มงานนางแบบโลกในเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็น Yulia Kharlaponova จากรัสเซีย หรือ Laskmi Menon นางแบบอินเดีย ผลงานดีๆที่เราได้เสพมีเยอะมากใน ฤดูกาลนี้ไม่ว่าจะเป็น Micheal Kors, Lanvin,Dolce & Gabbana และ Chanel ส่วนแย่ที่สุดน่าจะเป็น Gucci กับ Dior
LANVIN (PARIS) & CHANEL (PARIS)